String or binary data would be truncated.
INSERT INTO TXN_WEB_STAT (VISITED_PAGE,PREVIOUS_VIEW,PREVIOUS_DOMAIN,Unique_Session,VISIT_DATE,BROWSER,BROWSER_VERSION,OS,USER_AGENT,ACCEPT_LANGUAGE,IP) Values ( 43, '', 'bkkcar.com', '1', GetDate() , 'Netscape Navigator', '(+h', 'an unknown operating system', 'CCBot/1.0 (+http://www.commoncrawl.org/bot.html)', 'en-us,en;q=0.5', '38.103.63.17' )

Function QueryNoRS:
.
ราคา ถึง

อะไหล่ศูนย์แพงจริงหรือ??

อะไหล่เทียม, อะไหล่เก่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าหรือไม่
แล้วซ่อมกับอู่ทั่วไปไว้ใจได้แค่ไหน

การใช้รถกับการซ่อมบำรุง
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เครื่องจักร หรือแม้แต่รถยนต์ เมื่อเรานำมาใช้งาน อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้จะมีการสึกหรอ การเสื่อมสภาพ การซ่อมบำรุงจึงเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก เนื่องจากอุปกรณ์ทุกอย่างล้วนแต่มีอายุการใช้งานทั้งสิ้น เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสมจะต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือซ่อมบำรุงเพื่อให้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรเหล่านั้นมีอายุการใช้งานยาวนาน หรือกรณีเกิดความเสียหายเนื่องจากความบกพร่องต่างๆ ของอุปกรณ์ภายในก่อนเวลา การซ่อมแซมจึงเป็นเหตุการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การซ่อมบำรุงต้องทำอย่างถูกต้องเหมาะสมจึงจะทำให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ กลับมามีความสมบูรณ์ดังเดิม โดยเฉพาะรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่นี้ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานนั่นเอง

เอาหละครับ! มาเข้าเรื่องของเราในฉบับนี้กันดีกว่า ในฉบับนี้เราจะพาท่านมารู้จักกับการดูแลรักษารถกันในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะมองข้ามหรือยังมีค่านิยมผิดๆ ครอบงำความคิดของท่านอยู่ ให้เปิดกว้างขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อใครหรอกครับ ก็เพื่อตัวท่านและกระเป๋าเงินของท่านเองต่างหาก

การดูแลรักษารถยนต์ที่อยากจะให้คำแนะนำเอาไว้เป็นอันดับแรกเลยคือในส่วนของรถใหม่นะครับ เนื่องจากปัจจุบันรถรุ่นใหม่ๆ จะมีการรับประกันค่อนข้างยาวนาน เช่น 3 ปี หรือ 100,000 กม. ซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นไหนๆ ก็ซื้อรถมาใช้กันแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ปาเข้าไปเฉียดหลักล้านเข้าไปแล้ว ในเมื่อเราเสียเงินซื้อรถในราคาที่สูง ดังนั้นเรื่องของการซ่อมบำรุงดูแลรักษานั้น เป็นสิ่งสำคัญมาก การจะใช้รถให้มีอายุการใช้งานยาวนานนั้น ต้องศึกษาคู่มือของตัวรถก่อนการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงเรื่องของบำรุงรักษาด้วย ที่ต้องเน้นในเรื่องนี้มากเพราะรถรุ่นใหม่ๆ ถูกผลิตและออกแบบด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงโดยเฉพาะเรื่องของเครื่องยนต์ เมื่อเทียบขนาดของเครื่องยนต์ในพิกัดเดียวกันกับเครื่องยนต์เมื่อสิบปีที่แล้ว

จะเห็นได้ว่าขนาดของเครื่องผิดกันมาก เครื่องยนต์สมัยใหม่จะมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าในพิกัด เป็นผลจากเทคโนโลยีในการออกแบบและเทคโนโลยีในการผลิตอันทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยนี่เอง จึงเป็นเรื่องราวที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่เราเห็นได้ชัดคือ "เสื้อสูบ" ลองกลับไปดูเครื่องพิกัด 1,800 ซี.ซี. ปัจจุบันกับเครื่องพิกัดนี้เมื่อสักสิบปีก่อน จะเห็นว่าขนาดของเสื้อสูบในปัจจุบันจะมีขนาดกะทัดรัดกว่า เป็นผลอันเนื่องจากเรื่องโลหะวิทยาและเทคโนโลยีในการผลิตก้าวหน้าไปมาก จึงสามารถผลิตเสื้อสูบที่มีขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ถ้าใครเคยเห็นเสื้อสูบรถใหม่ๆ จะเห็นว่ากระบอกสูบจะอยู่ชิดกันมาก ผิดกับเครื่องยนต์สมัยก่อนจะอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องเผื่อในเรื่องของความแข็งแรงและต้องเผื่อการซ่อมแซม เมื่อผ่านการใช้งานเกินหลักแสนกม. ต้องเริ่มมีการซ่อมบำรุงกันแล้ว

เช่น การทำ "ท็อปโอเวอร์ฮอล" คือการเปิดฝาสูบออกมาทำการบดวาล์ว, ขูดเขม่า หรืออาจจะต้องมีการเปลี่ยนแหวนลูกสูบร่วมด้วย พอผ่านหลักแสนที่สองอาจจะต้องมีการเปลี่ยนลูกสูบ คว้านขยายไซส์ เนื่องจากผนังกระบอกสูบมีร่องรอยการสึกหรอมากขึ้นจนทำให้กำลังของเครื่องยนต์ตก พอผ่านแสนที่สามที่สี่อาจจะต้องมีการคว้านขยายเป็นโอเวอร์ไซส์ คือไซส์สุดท้ายของการเพิ่มขนาดของลูกสูบ และหลังจากนี้อาจจะต้องตีปลอกใหม่ เนื่องจากขยายความกว้างของกระบอกสูบจนสุดพิกัดของมันแล้ว เครื่องยนต์ในยุคสมัยนั้นมักจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยสามสี่แสนกม. เท่านั้นในกรณีที่ดูแลรักษาไม่ดีนัก แต่เครื่องยนต์ในปัจจุบันสามารถใช้งานได้สองสามแสนกม.ได้สบายๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแต่ดูแลรักษาตามระยะเวลาอันเหมาะสมตามคู่มือเท่านั้น

เมื่อเข้าใจว่าเครื่องยนต์สมัยใหม่มีเทคโนโลยีสูง ดังนั้นการดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เจ้าของรถหลายๆ ท่านอาจจะให้ความสำคัญกับ "การดูแลรักษาเป็นพิเศษ" มากเกินไป จนเกินความพอดี และหลายๆ ครั้งอาจทำให้เกิดความเสียหายตามมาโดยไม่รู้ตัว อันดับแรกเลยในเรื่องของการดูแลรักษาเครื่องยนต์นั้น หลายๆ คนมักจะมองว่าของศูนย์บริการนั้นไม่ค่อยดี โดยเฉพาะข้อสงสัยในเรื่องของน้ำมันเครื่องนั้น บางครั้งทำให้ผู้ใช้รถเกิดความกังวลมาก เนื่องจากการโฆษณาและภาพลักษณ์ของสินค้าบางยี่ห้อมีผลต่อความเชื่อของผู้ใช้รถมาก จนทำให้หลายๆ คนมองว่าน้ำมันเครื่องแพงๆ จะสามารถคุ้มครองเครื่องยนต์ได้ดีกว่า ซึ่งน้ำมันเครื่องแกลลอนละพันสองพันนั้นมันดีก็จริงอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันเครื่องของศูนย์บริการแต่ละยี่ห้อจะไม่ดีนะครับ

ก่อนที่จะมีการระบุว่าต้องใช้น้ำมันเครื่องเกรดใดสำหรับเครื่องยนต์ตัวหนึ่ง ทางบริษัทผู้ผลิตได้ทำการทดสอบมาจนมั่นใจแล้วว่าสามารถปกป้องเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะน้ำมันเครื่องนั้นมีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเรื่องของอายุการใช้งานและรถสมัยใหม่ การพัฒนาเรื่องของชิ้นส่วนประกอบของเครื่องยนต์ก้าวหน้าไปมาก จะเห็นได้จากคู่มือการใช้งานของรถรุ่นใหม่ๆ จะระบุระยะทางการเปลี่ยนชิ้นส่วนและอายุรับประกันยาวนานขึ้น ดังนั้นน้ำมันเครื่องจึงต้องมีคุณภาพสูง เพื่อช่วยให้เครื่องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ไม่เช่นนั้นทางบริษัทผู้ผลิตเองต้องควักกระเป๋าจ่ายในกรณีเครื่องยนต์เสียหายก่อนระยะประกัน แสดงให้เห็นว่าน้ำมันเครื่องที่ทางผู้ผลิตเจาะจงให้ใช้นั้นย่อมมีคุณภาพดี และรถสมัยใหม่มีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่าเครื่องยนต์สมัยก่อนหลายเท่าตัว โดยดูได้จากการรับประกันนั่นเองยิ่งผู้ผลิตรับประกันยาวนาน ย่อมแสดงว่าเครื่องยนต์ของเค้ามีความทนทานสูง และตัวแปรที่จะทำให้เครื่องยนต์ทนทานก็คือเรื่องของ "น้ำมันเครื่อง" ถ้าน้ำมันเครื่องของเค้าคุณภาพไม่ดี เครื่องก็จะเกิดการสึกหรอเร็วและอาจเสียหายก่อนกำหนด และรถรุ่นนึงไม่ได้ผลิตแค่พันสองพันคันซะที่ไหนละครับ รถรุ่นนึงเค้าผลิตกันเป็นหมื่นๆ คัน ถ้าเกิดเครื่องยนต์เสียหายขึ้นมาก่อนระยะรับประกันโดยทุกอย่างใช้ของศูนย์บริการทั้งหมด แบบนี้รับรองเจ๊งกันระนาวครับ

คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ลองคิดดูว่าแค่ 3,000 -5,000 กม. ก็เปลี่ยนทิ้งแล้ว ทั้งๆ ที่ยังสามารถใช้งานได้อีก 3-4,000 กม. ปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องของมลพิษ เนื่องจากน้ำมันเครื่องไม่สามารถย่อยสลายได้ง่าย ถ้าทิ้งลงดินหรือลงน้ำก็จะส่งผลกับสภาพแวดล้อม ขนาดบริษัทรถยนต์เองยังให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ 10,000 กม. ขนาดเค้าเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์เอง น้ำมันเครื่องที่ใช้ก็เป็นน้ำมันเกรดธรรมดาตามท้องตลาดด้วยซ้ำ เค้ายังกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายไว้ขนาดนี้ แล้วเราจะรีบเปลี่ยนกันไปเพื่ออะไร?

ถ้าบริษัทรถยนต์หวังกำไรในระยะยาวมากๆ เค้าสามารถกำหนดการเปลี่ยนถ่ายไว้ที่ 3,000 - 5,000 กม.ก็ได้ เดือนๆ นึงคงได้ค่าแรงและค่าอะไหล่อื้อซ่า ผู้ผลิตเค้ายังไม่ทำเลย? เครื่องยนต์ที่เค้าผลิตออกมาแต่ล่ะรุ่นนั้นต้องผ่านการทดสอบเป็นล้านกม. เพื่อหาข้อบกพร่องและทำการแก้ไข ดังนั้นเครื่องยนต์ที่คุณใช้ๆ อยู่นี้ผ่านการทดสอบมานับไม่ถ้วนแล้ว ในการทดสอบเค้าก็ใช้น้ำมันเครื่องเกรดเดียวกับที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ดังนั้นจึงอยากจะให้ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทั้งหลายช่วยกันเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ จะช่วยทั้งกระเป๋าคุณเอง, ช่วยชาติไม่ให้ต้องจ่ายค่าน้ำมันดิบปีละมากๆ

และที่สำคัญคือเรื่องของการช่วยลดขยะพิษได้อีกทางหนึ่งนะครับ และน้ำมันเครื่องของศูนย์นั้น เค้าก็จ้างผู้ผลิตน้ำมันเครื่องที่เรารู้จักกันดีนี่แหละผลิตให้ ตามคุณสมบัติที่เครื่องยนต์ของเค้าต้องการและนำมาติดยี่ห้อของตัวเองทั้งนั้น ยังไม่เห็นบริษัทรถยนต์ยี่ห้อใดที่มีโรงงานผลิตน้ำมันเครื่องเองเลยครับ เพราะจ้างเค้าทำถูกกว่าการลงทุนเองทั้งนั้น นั่นเป็นประเด็นแรกนะครับ แต่สามารถบอกได้ว่ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ควรจะเข้ารับการบริการจากศูนย์บริการของแต่ละยี่ห้อเป็นหลัก จนกว่ารถคันนั้นๆ จะพ้นระยะประกัน คราวนี้จะใส่จะเพิ่มอะไรเข้าไปก็ตามใจคุณ เพราะเวลาที่เครื่องยนต์เกิดเสียหายขึ้นมาจะได้ไม่ต้องโทษใครๆ นอกจากตัวเอง

อะไหล่ใหม่กับอะไหล่เก่า
ใครน่าสนใจกว่ากัน

ข้อนี้เป็นประเด็นหลักที่เราจะคุยกันในวันนี้เลยนะครับ เพราะเป็นประเด็นที่ผู้ใช้รถหลายๆ คนสงสัยกันมาก เรื่องสงสัยน่ะไม่เท่าไหร่? จะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ มีชายคนหนึ่งชอบพูดชอบคุยเรื่องรถกับกลุ่มเพื่อนๆ บังเอิญมีเพื่อนคนหนึ่งอยากซื้อรถยี่ห้อ "A" นายคนนี้เคยได้ยินได้ฟังมาว่ารถยี่ห้อนี้อะไรๆ ก็ดี เสียอย่างเดียวคือเรื่องของอะไหล่แพง...แพงมาก!! ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เคยใช้รถยี่ห้อนี้เลยด้วยซ้ำ อันที่จริงในสมัยก่อนชิ้นส่วนรถยนต์มักจะมาจากการนำเข้าเป็นหลัก ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง

แต่ในปัจจุบันนี้บ้านเรามีผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพมากมาย ทำให้ต้นทุนถูกลงมาก ราคาอะไหล่จึงถูกลงด้วย แต่ความทรงจำในแง่ลบนั้นมันเปลี่ยนได้ยาก อย่างเช่น "ฝาหม้อน้ำ" ของรถยี่ห้อ "A" ที่ว่า ปัจจุบันราคาอันละประมาณ 130-140 บาท เป็นของเบิกห้างเลย ในขณะที่สมัยก่อนราคาอาจจะอยู่ประมาณอันละ 200-300 บาท คนที่ไม่เคยรับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกอาจยังฝังใจว่าราคาอะไหล่ของห้างแพง โดยที่ไม่เคยตรวจสอบมาก่อนเลย ก็มักจะแล่นไปหาซื้อตามร้านอะไหล่ เพราะมีหลายเกรดหลายราคาให้เลือก ก็ไปซื้อมาอันนึงราคา 120 บาท หรือไปหาซื้อของเก่าจากญี่ปุ่นในราคา 70-80 บาท โดยที่เค้าไม่รู้เลยว่าถ้าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็สามารถเบิกห้างได้แล้ว

ผู้ใช้รถที่มีความคิดว่าอะไหล่เก่าหรืออะไหล่เทียมเป็นทางเลือกในการซ่อมบำรุงในราคาประหยัดนั้นยังมีอีกมาก อาจจะจริงในเรื่องของความแตกต่างด้านราคา แต่ถ้ามองในมุมกลับจะมีความแตกต่างในเรื่องของอายุการใช้งานและความปลอดภัยด้วย อย่างที่พบเจอมามีท่านผู้อ่านท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าไปซื้อสปริงเก่ามาหนึ่งชุด 4 วงราคา 3,500 บาท มาใส่ ปรากฏว่าด้านหลังสูง-ต่ำไม่เท่ากัน เนื่องจากมันเป็นสปริงเก่าที่เราไม่ทราบอายุการใช้งาน ตอนที่ซื้อมาลองวัดดูมันก็เท่ากัน แต่ท่านผู้อ่านท่านนั้นไม่รู้เลยว่าของเบิกห้าง 4 วงราคาอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาท เท่านั้นเอง สำหรับรถญี่ปุ่นขนาดเล็ก ยังมีอีกท่านหนึ่งไปซื้อหม้อน้ำเก่ามาในราคา 3,000 บาท พร้อมพัดลมไฟฟ้าสองตัวติดมาด้วย แต่หม้อน้ำเบิกห้างราคาอยู่ที่ประมาณ 4,700 บาท เท่านั้นแต่ไม่มีพัดลม ซึ่งพัดลมเดิมมันก็ยังไม่เสีย

แต่ด้วยความคิดว่าของเบิกห้างราคาแพง ทำให้ไม่ลองสอบถามราคาดูก่อน ซึ่งหม้อน้ำเก่าอาจจะใช้งานได้ 2-3 ปี แล้วแต่ดวงก็อาจจะเสียอีก แต่หม้อน้ำเดิมๆ ที่ใช้อยู่นั้นติดรถมาร่วมสิบปีแล้ว นั่นแสดงว่าอะไหล่แท้นั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

แม้ว่าอะไหล่เก่านับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลดค่าใช้จ่ายก็จริงอยู่ แต่หลายๆ คนยังมีความเชื่อที่ฝังใจอยู่ว่าอะไหล่เบิกห้างนั้นมีราคาแพง จึงหันไปหาซื้ออะไหล่เก่ามาใช้โดยที่ยังไม่เคยเช็คราคาของใหม่ด้วยซ้ำ 3 บาท เองครับค่าโทรศัพท์ ลองโทร.ไปสอบถามดูก่อนว่าราคาเท่าไหร่ บางครั้งราคาอาจจะไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิด เช่น คอยล์จุดระเบิดในรถฮอนด้า แอคคอร์ด ไฟตาเพชรรุ่นแรก ราคาลูกละประมาณสองพันต้นๆ กรณีเบิกห้าง แต่เจ้าคอยล์ตัวนี้มันอยู่ในตัวจานจ่ายเลย ซึ่งราคาจานจ่ายทั้งลูกก็หมื่นกว่าบาท แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนเฉพาะคอยล์ได้ เวลาคอยล์เสียก็มักจะคิดว่าต้องเปลี่ยนทั้งลูก และรู้ว่าจานจ่ายตัวนึงหมื่นกว่าบาท ก็เลยไปซื้อจานจ่ายเก่าลูกนึงราคา 3,500-4,000 บาท ปรากฏว่าซื้อมาแล้วผิดรุ่น ทั้งๆ ที่หน้าตารูปร่างเหมือนกันทุกอย่าง แต่พอเอามาใช้แล้ว จังหวะในการจุดระเบิดไม่เหมือนของเดิม เครื่องยนต์ก็ทำงานไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม จะเอาไปคืนก็ไม่ได้ เพราะอะไหล่พวกนี้ซื้อแล้วร้านเค้าไม่ค่อยรับคืน ถ้ารับคืนมักจะหักค่าเสื่อมสภาพค่อนข้างเยอะ

ที่รู้ว่าจานจ่ายรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนเฉพาะคอยล์ได้ก็เพราะเปลี่ยนจานจ่ายมาแล้วเครื่องเดินไม่ดี อู่แก้ให้หลายตลบแล้วก็ยังไม่หาย สุดท้ายจึงต้องกลับเข้าศูนย์ ถึงได้รู้ว่าจานจ่ายที่ซื้อมานั้นเป็นของรุ่นซีวิค หน้าตาทุกอย่างเหมือนกันมาก แต่เซ็นเซอร์วัดองศาการจุดระเบิดภายในไม่เหมือนกัน เครื่องจึงทำงานไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ปรากฏว่าต้องนำเซ็นเซอร์จากจานจ่ายตัวเดิมมาดัดแปลงเข้าไปก็วุ่นวายพอดู ปรากฏว่ารวมค่าใช้จ่ายทั้งค่าของค่าแรงจากอู่แรกและมาจบที่ศูนย์บริการหมดไปเกือบ 5,000 บาท และไม่รู้ด้วยว่าจะใช้ได้อีกนานสักเท่าไหร่ และมันช้ำใจตรงที่ทางศูนย์แจ้งว่าสามารถเปลี่ยนเฉพาะคอยล์ได้ในราคาประมาณ 2,500 บาท เท่านั้นเอง

รถแบบไหนถึงเหมาะกับอะไหล่เก่า
ในกรณีที่รถของท่านมีอายุการใช้งานมากกว่า 5-6 ปีขึ้นไป เรื่องของอะไหล่เก่าค่อนข้างที่จะเหมาะสมในการเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง เพราะการปรับลดราคาอะไหล่ของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ นั้น เพิ่งเริ่มมีอย่างจริงจังเมื่อสัก 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นราคาอะไหล่ของรถอายุ 5-6 ปีอาจจะไม่ได้ปรับลดมากนัก หรือในกรณีที่เช็คราคาอะไหล่แล้วต่างกันกว่าครึ่ง เช่น พวกเพลาขับ เป็นต้น ของพวกนี้เบิกห้างอาจจะตกคู่ละสองหมื่นปลายๆ ของเก่าอาจจะอยู่ที่ประมาณสี่พันเศษๆ หรืออะไหล่ตัวถัง เช่น ประตู, ฝากระโปรง, ไฟหน้าไฟท้าย ฯลฯ ของพวกนี้สามารถใช้ของมือสองได้ เนื่องจากราคาต่างกันมาก แต่ถ้าเช็คราคาออกมาแล้วต่างกันสองสามพันบาท กัดฟันเถอะครับ เล่นของใหม่ไปเลย โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอะไหล่เก่าเค้าไม่มีรับประกัน โชคดีก็ใช้ได้ โชคร้ายก็เสียเงินฟรี

ในการดูแลรักษารถยนต์ที่ท่านรักนั้นอยากจะแนะนำว่า กรณีที่เป็นรถใหม่ อยากแนะนำให้เข้าศูนย์บริการไปก่อนจนกว่าจะหมดการรับประกัน อย่าไปคิดว่าของเบิกห้างแพงเด็ดขาด เพราะปัจจุบันนี้บรรดาผู้ผลิตต้องการใช้บริการหลังการขายมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้า เพราะเหตุผลหลักๆ อันดับต้นๆ ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถนั่นก็คือ "ซ่อมง่ายอะไหล่ถูก" ตรงนี้เป็นประเด็นที่ผู้ผลิตพยายามปรับลดราคาลงให้ต่ำสุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้า ราคาอะไหล่ในปัจจุบันนี้ถูกปรับลดลงไปมาก

เช่น ในยี่ห้อที่ขึ้นชื่อว่าอะไหล่ราคาแพงนั้น ปัจจุบันราคาถูกปรับลดลงมาประมาณ 15-30 % แล้วก็มี ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซ่อมแซมให้เช็คราคาเปรียบเทียบกันก่อนว่า อะไหล่เบิกห้างนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าต่างกันไม่มาก ให้กัดฟันเข้าศูนย์ดีกว่า เพราะอย่างน้อยสามารถทราบอายุการใช้งานที่ชัดเจน อีกเหตุผลหนึ่งคือเรื่องของการรับประกันการซ่อม หรือชิ้นส่วนอะไหล่ที่ของเก่าจะไม่มีให้ ลองคิดดูว่าอย่างไหนมันจะคุ้มค่ากว่ากัน

แล้วจะให้ซ่อมกับศูนย์บริการหรืออู่ทั่วไปดี?
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า กว่าเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งจะออกมาจากโรงงานได้ ต้องผ่านการทดสอบมากมายจนมั่นใจ และแง่ของการบริการหลังการขาย ทางผู้ผลิตก็ให้ความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ก่อนที่รถรุ่นใหม่เครื่องยนต์ตัวใหม่จะถูกเปิดขายบนโชว์รูม "ช่างเทคนิค" จะถูกเรียกไปฝึกอบรมก่อนเพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญในระบบใหม่ที่จะนำมาใช้ ดังนั้นเมื่อรถคุณเกิดปัญหาขึ้น ขอแนะนำว่าศูนย์บริการจะสามารถช่วยคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเค้าได้ผ่านการฝึกอบรมมาก่อนแล้วรวมถึงยังมีคู่มือหรือเครื่องมือพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ

อย่างน้อยก็ตัดปัญหาความเสี่ยงได้มาก แม้ช่างคนนั้นอาจจะยังไม่เคยซ่อมเครื่องตัวนั้นมาก่อน แต่อย่างน้อยก็ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วในระดับหนึ่ง คู่มือหรือดาต้าของรถรุ่นนั้นๆ ก็มี ถ้าศูนย์บริการไม่สามารถแก้ไขให้ได้ ยังมีฝ่ายเทคนิคซึ่งเป็นฝ่ายวิชาการและเทคนิคที่คอยถ่ายทอดให้กับศูนย์บริการแต่ละแห่งอีกครั้ง นั่นแสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขแน่นอน ไม่เหมือนกับอู่ทั่วไป กว่าจะมีความชำนาญในเครื่องรุ่นใหม่ๆ ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการทำความคุ้นเคย แต่ไม่ได้หมายความว่าอู่ทั่วไปไม่เก่งนะครับ อู่เก่งๆ มีเยอะ แต่กว่าจะทราบรายละเอียดของเครื่องตัวใหม่ๆ ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ หลังจากรถรุ่นนั้นเปิดตัวแล้ว แต่ช่างในศูนย์บริการจะทราบข้อมูลเทคนิคของเครื่องตัวนั้นก่อนเปิดตัวหลายเดือน

หรือบางกรณีที่คุณๆ เจ้าของรถไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของระบบเกียร์อัตโนมัติ เรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องการซ่อมแซมเมื่อเกิดปัญหา อู่ทั่วๆ ไปมักจะซ่อมได้แต่ไม่ค่อยจะจบปัญหา มักจะมีไอ้โน่นไอ้นี่ตามมาให้ปวดหัวเสมอ ปัจจุบันมีอู่รับซ่อมเกียร์อัตโนมัติเพียงอย่างเดียวหลายแห่ง แต่ที่มีความรู้มีเครื่องมือครบถ้วนเทียบเท่าหรือมากกว่าศูนย์บริการบางแห่ง สามารถซ่อมได้ทุกยี่ห้อนั้นมีไม่กี่แห่ง

แต่อู่ส่วนใหญ่มักจะบอกลูกค้าว่าซ่อมได้ และลูกค้าเองมักจะคิดว่าการซ่อมเกียร์อัตโนมัติในศูนย์นั้นต้องเปลี่ยนทั้งหมด ซ่อมทีก็หลายหมื่นบาท คิดแล้วหน้ามืด อู่ส่วนใหญ่มักเสนอว่าสามารถซ่อมได้ในราคาประมาณครึ่งหนึ่งที่ศูนย์คิด ไปๆ มาๆ มีเจ้าของรถจำนวนไม่น้อยต้องหอบชิ้นส่วนเกียร์เข้าไปให้ศูนย์ประกอบหรือซ่อมต่อให้จบ เรื่องนี้อยากจะขอเตือนว่าระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ผู้ที่จะซ่อมได้ไม่ใช่ว่ามีความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียวแล้วจะซ่อมได้ดี มันต้องมีเครื่องมือครบถ้วนมีคู่มือและไดอะแกรมของเกียร์ลูกนั้นๆ ด้วยจึงจะสามารถซ่อมได้ดี

อุปกรณ์ที่ถอดมาจะได้ใส่ได้ครบถ้วนและถูกตำแหน่งของมัน เพราะชิ้นส่วนที่มีมากและซับซ้อนมักจะก่อปัญหาเสมอ และมีอีกหลายแห่งที่นิยมให้ลูกค้าซื้อเกียร์มือสองมาใช้ ซึ่งมันก็สามารถตัดปัญหาเรื่องการถอดประกอบได้ชะงัด แต่ต้องมาวัดดวงกันอีกว่าเปลี่ยนไปแล้วมันจะทำงานสมบูรณ์หรือไม่

ในปัจจุบันนี้ผู้ผลิตเองเกือบทุกยี่ห้อในบ้านเรา จะมีแผนกซ่อมเกียร์อัตโนมัติเกือบจะทั้งหมด และการซ่อมแซมนั้นไม่ใช่การเปลี่ยนทั้งหมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เค้าสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนตามอาการหรือตามคำสั่งของเจ้าของได้ หรือบางค่ายก็มีเกียร์ที่ผ่านการซ่อมบำรุงแล้วไว้ให้ลูกค้าสับเปลี่ยน โดยคิดค่าใช้จ่ายตามจริงของเกียร์ลูกเดิมที่มีปัญหา เท่ากับว่าคุณได้ชิ้นส่วนบางชิ้นแถมมาฟรีๆ และสิ่งสำคัญคือเกียร์ที่ผ่านการซ่อมจากศูนย์บริการโดยตรงนั้น ก่อนจะส่งกลับมาประกอบเข้ากับตัวรถ มันจะถูกทดสอบการทำงานมาแล้วตามมาตรฐานของยี่ห้อนั้นๆ แล้วอย่างนี้คุณเองจะยอมเสี่ยงเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายกับอู่ทั่วๆ ไปอีกหรือ?

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไรก็ตามที ใช้ความรอบคอบและการไตร่ตรองที่ถี่ถ้วนเสียก่อน สอบถามหลายทางแล้วเก็บข้อมูลมาพิจารณาว่าแบบไหนจะเหมาะกับความต้องการของคุณ อย่าเป็นประเภทเสียน้อยเสียยากกก...แต่เสียมากๆ ล่ะช้อบชอบ! และที่แนะนำว่าให้เข้าศูนย์นั้น ไม่ใช่ว่าศูนย์จะซ่อมแล้วหายทุกครั้งนะครับ

อย่างน้อยเวลาเกิดปัญหาจากการซ่อม คุณยังพอไล่เฉ่งได้ไงล่ะครับ เพราะอู่ส่วนใหญ่มักจะขาดในเรื่องของความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เพราะมันจะกลายเป็นต้นทุนของเค้าเรื่องอาการบ่ายเบี่ยงโยกโย้จึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ศูนย์บริการนั้นไม่ค่อยจะกล้าเท่าไหร่ เพราะมีชื่อเสียงและบริษัทแม่ค้ำคออยู่

ถ้าสุดท้ายแล้วเป็นความบกพร่องจากทางเค้าเองก็มีคนรับผิดชอบชัวร์ๆ ล่ะครับ ถ้าจะซ่อมอู่ทั่วไปก็ต้องเช็คประวัติกันให้ดีหน่อย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกันทีหลัง อู่ดีๆ มีฝีมือและความรับผิดชอบมีเยอะ ในขณะเดียวกันอู่ที่ไม่มีจรรยาบรรณก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ก่อนจะตัดสินใจซ่อมให้ลองถามหลายๆ แห่งดูก่อนเพื่อเปรียบเทียบในเรื่องของราคาและการวิเคราะห์ปัญหา มันเป็นสิทธิ์ของคุณเองที่สามารถสอบถามได้ก่อนจะตัดสินใจ ถ้าอู่ไหนพอถามแล้วไม่ค่อยอยากตอบไม่ค่อยอยากคุยก็โบกมือลาไปหาที่อื่นดีกว่าครับ สบายใจกว่าเยอะเลย

 

โชว์รูมใหม่ ถนนเกษตรนวมินทร์ ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร ขนาดใหญ่
>> รวม Showroom อื่น

MITSUBISHI GTO
รถมีเอว สปอร์ตแท้ สายพันธ์ญี่ปุ่น
>> รวมรถ Pretty Car คันอื่น

บิวตี้ ฟิล์ม
เราทำราคาขนาดนี้ได้ เพราะเป็นร้านเราเอง เราทำเอง มีรถผ่านการติดตั้งฟิล์มกับเรามาแล้วไม่ตำกว่า 2,000 คัน
>> รวมแนะนำห้างร้านอื่น
บทวิเคราะห์รถมือสอง

อิมเพรซา สปอร์ตซีดาน
เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ แรง หนึบ ขับสนุก
>> รวมบทวิเคราะห์รถรุ่นอื่น


ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ : 0108314735774
© 2004-2005 BKKCAR.com Lily Network Co., Ltd. All rights reserved.