มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติมา
แรงพอตัว ซื้อไม่แพง แต่ซ่อมแพง
มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติมา ทำตลาดในเมืองไทยต่อจากรุ่นรหัสตัวถัง อี33 (อี33 = ตัวถังเดียวกับตัวแข่งแรลลีโลกชื่อดัง วีอาร์-โฟร์) เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งของมิตซูบิชิ ที่ไม่นิยมเรียกด้วยรหัสตัวถัง เวลาจะสื่อสารกันก็ใช้ชื่อ อัลติมา ไม่ค่อยเรียกกันเต็มๆ ว่ากาแลนท์ อัลติมา ทั้งที่สายพันธุ์จริง คือ กาแลนท์ และต้องระบุรุ่นย่อยว่าเป็น 16 หรือ 24 วาล์ว ก็จะเข้าใจได้ตรงกัน ไม่คลาดเคลื่อน
อัลติมา เริ่มบุกเมืองไทยในเดือนพฤศจิกายน 1992 ตลอดอายุตลาดมีการปรับโฉม-ไมเนอร์เชนจ์หลักๆ 1 ครั้ง ช่วงปลายอายุตลาด และเป็นรถยนต์ขนาดกลางรุ่นสุดท้ายของมิตซูบิชิ ที่ประกอบในประเทศเพื่อทำตลาดในเมืองไทย
เพราะกาแลนท์รุ่นใหม่กว่าอัลติมา (โมเดลเชนจ์) เป็นการนำเข้าทั้งคันและเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ที่เมืองทองธานี ช่วงปลายปี 1999 แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม ก่อนกระแสจะเงียบหายไปในที่สุด เพราะราคาที่แพงถึง 1.65-1.95 ล้านบาท
 |
 |
อัลติมาล็อตแรกเปิดตัวในไทยช่วงปลายปี 1992 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่รัฐบาลนายกฯ อานันท์ ประกาศลดอัตราภาษีรถยนต์นำเข้า เริ่มต้นเป็นแบบนำเข้าล้วนๆ แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว และวี6 24 วาล์ว ทำตลาดถึงปี 1993 จึงเปลี่ยนมาประกอบในประเทศทั้งหมด
รูปลักษณ์ภายนอกสลัดคราบเดิมจากกาแลนท์รุ่นก่อน สู่ความโค้งมนเต็มตัว กระจังหน้าโครเมียมแบบซี่นอน ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยสันตรงกลาง ที่ต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับบังโคลน กันชนหน้าเว้นช่องดักลมแบบ 2 ชั้น ประกบข้างด้วยสปอตไลต์ทรงกลม (เฉพาะรุ่น วี6 ประกอบในประเทศ)
ด้านหลังสะดุดตาด้วยไฟท้ายทรงมน ล้อมกรอบนอกด้วยคิ้วโครเมียม เชื่อมต่อกันด้วยแผงทับทิมเหนือป้ายทะเบียน ฝากระโปรงหลังเปิดได้จรดแนวกันชน ในรุ่นวี6 ปลายท่อไอเสียเป็นแบบทรงกลมคู่ พร้อมชุดแอร์โรพาร์ตรอบคัน ประกอบด้วยสปอยเลอร์หน้า-หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และสเกิร์ตข้าง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาครบครัน ไม่ต้องแต่งต่อเลย นอกจากใครอยากแต่งสวย แค่ล้อแม็กวงโต+ยางแก้มเตี้ย หรือโหลดลงนิดๆ ก็พอแล้ว
มิติตัวถังมีความยาว 4,620 มิลลิเมตร กว้าง 1,730 มิลลิเมตร สูง 1,405 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,635 มิลลิเมตร
|
รุ่น 4 สูบ ใช้เครื่องยนต์รหัส 4จี63 แบบเบนซิน 4 สูบ แคมชาฟต์เดี่ยว 16 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 85.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 88 มิลลิเมตร ความจุ 1,997 ซีซี อัตราส่วนการอัด 9.5 : 1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า (PS DIN) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18 กก.-ม. ที่ 4,750 รอบ/นาที
รุ่น วี6 เป็นเครื่องยนต์รหัส 6เอ12 แบบเบนซิน วี6 ทวินแคมชาฟต์ 24 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 78.4 มิลลิเมตร ช่วงชัก 69 มิลลิเมตร ความจุ 1,999 ซีซี อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 กำลังสูงสุด 155 แรงม้า (PS DIN) ที่ 6,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.3 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที |
|
ทั้ง 2 รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วงแรกที่เป็นแบบนำเข้า รุ่น 4 สูบ มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ส่วนรุ่นวี6 มีเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะให้เลือก และเกียร์อัตโนมัติเพิ่มระบบ FUSSY LOGIC ปรับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ให้สัมพันธ์กับสภาพถนนและลักษณะการขับ ช่วงหลังที่เป็นแบบประกอบในประเทศ จึงเพิ่มเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะให้รุ่น 4 สูบ
ระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ VARIABLE RATIO ระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ระบบเบรกแบบดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน พร้อมเอบีเอสป้องกันล้อล็อกเฉพาะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ (รุ่นวี6 เพิ่มระบบแทร็กชันคอนโทรล ป้องกันการลื่นไถล)
รุ่น 4 สูบ ให้ล้อแม็กขนาด 6 x 14 นิ้ว ยางขนาด 185/70R14 รุ่นวี6 เป็นขนาด 6.5 x 15 นิ้ว ยางขนาด 195/60R15
ช่วงปลายอายุตลาด ประมาณปี 1997 ก็มีการปรับโฉม-ไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่นเอ็กซ์คลูซีพ แต่ก็ทำยอดจำหน่ายหลังการปรับโฉมนี้ได้น้อยมาก (ปี 1998 147 คัน, ปี 1999 15 คัน, ปี 2000 7 คัน และปี 2001 2 คัน ) ภายนอกเปลี่ยนกระจังหน้าเป็นแบบ 2 ชั้นสีดำ เปลี่ยนกันชนหน้าเป็นแบบช่องสปอตไลต์ทรงเหลี่ยม พร้อมล้อแม็กลายใหม่
ภายในเปลี่ยนแผงหน้าปัดเป็นแบบทูโทน เบาะผ้าลายใหม่ และวิทยุ/เทปรุ่นใหม่ ส่วนเครื่องยนต์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รุ่นวี6 มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ทำตลาดแบบเงียบๆ มาถึงปี 2001 นับว่าเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นขนาดกลาง ที่มีอายุตลาดยาวนานมาก เพราะไม่มีรุ่นใหม่มาแทน
รถยนต์มือสองรุ่นนี้มีจุดเด่นที่ราคาขายถูกกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันอยู่มาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นยอดนิยมอย่างแอคคอร์ด 2.2 หรือโคโรน่า 2.0 ส่วนหนึ่งเพราะค่านิยมและคำร่ำลือว่าอะไหล่แพง ซึ่งก็เป็นจริงในบางชิ้น
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอสำหรับ 5 ที่นั่ง ด้านหลังนั่งได้ 3 คนแบบ หลวมๆ อุปกรณ์มาตรฐานเพียบพร้อม รูปลักษณ์ภายนอกสวยแบบเรียบๆ ไม่หวือหวา จึงยังดูทันสมัย
เครื่องยนต์บล็อก 4จี63 แม้เป็นแบบแคมชาฟต์เดี่ยว แต่ก็มีกำลังถึง 140 แรงม้า เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาจะสร้างความกระฉับกระเฉงได้มาก ถ้าเท้าไม่หนักก็ไม่จำเป็นต้องข้ามไปซื้อรุ่นวี6 ซึ่งมีราคาแพงกว่า กินน้ำมันดุ และราคาอะไหล่ก็แพงกว่ารุ่น 4 สูบ
ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ 4 ล้อ นับเป็นอีกจุดเด่นสำคัญ ให้ทั้งความนุ่มนวลและหนึบในความเร็วต่ำ-สูง ถ้าขับเร็วจัดก็ยังมีอาการโคลงบ้าง สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ไม่ยาก เพราะมีพื้นฐานดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเสีย ก็มีจุดซ่อมมากมายตามชื่อ 'มัลติลิงก์' หลายจุดยึด
การซื้ออะไหล่มีหลายทางเลือก เช่น ของแท้จากศูนย์บริการ, ของเทียบนอกศูนย์ฯ ในวรจักรมีหลายสิบร้าน และอะไหล่มือสองเชียงกง ถ้าไม่ใช่อะไหล่เฉพาะจริงๆ เชียงกงชานเมืองน่าจะมีบ้าง หากหาไม่ได้ก็คงต้องเข้าไปที่ปทุมวัน และแน่นอนว่า ราคาคงไม่ถูกและหาไม่ง่ายเหมือนรถยนต์รุ่นตลาดๆ
ในการเลือกซื้อตัวรถยนต์ นอกจากตรวจสภาพตามปกติแล้ว สิ่งที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ คือ ช่วงล่างที่เป็นแบบมัลติลิงก์ทั้ง 4 ล้อ ซึ่งมีหลายจุดที่สึกหรอได้ การซ่อมแซมก็แพง ดังนั้นจึงควรทดลองขับนานๆ ทั้งทางเรียบและขรุขระ ถ้าพบว่ามีเสียงดังก็ใช้เป็นข้อต่อรอง ในการลดราคาได้ และเกียร์อัตโนมัติก็ซ่อมแพง ถ้ามีปัญหาก็ไม่ควรเสี่ยง
รถยนต์รุ่นนี้ มีจุดเด่นในด้านสมรรถนะที่ไม่ด้อยกว่าคู่แข่ง แต่มีราคาในปัจจุบันถูกกว่ามาก เช่น รถยนต์รุ่นปีเดียวกัน จะถูกกว่าแอคคอร์ดอยู่กว่าแสนบาท ถูกกว่าโคโรน่าอยู่หลายหมื่นบาท
ปัญหาที่ทำให้ราคาในปัจจุบันต่ำเช่นนี้ นอกจากชื่อเสียงของกาแลนท์ที่ไม่ได้อยู่ในระดับหัวแถวแล้ว ยังอยู่ที่คำร่ำลือว่าค่าซ่อมแพง ซึ่งมีส่วนจริงหากซ่อมในศูนย์บริการหรือซื้อเฉพาะอะไหล่แท้ แต่ถ้าเทียบใช้อะไหล่ใหม่หรืออะไหล่เชียงกง ก็หาไม่ยากนัก และไม่ได้แพงจนกระเป๋าฉีก แต่ก็แพงและหายากกว่ากว่ารุ่นตลาดอย่างโคโรน่า หรือเซฟิโร
หากสนใจ ต้องหาคันที่มีสภาพดีจริงๆ เกียร์อัตโนมัติไม่รวน เพราะค่าซ่อมเกียร์แพง ซื้อในราคาถูกที่สุดเพื่อเก็บเงินไว้ซ่อม และจำเป็นต้องมีลู่ทางในการซ่อม เช่น อู่ที่ไม่บวกค่าอะไหล่มาก หรือหาอะไหล่เทียบ แต่ถ้าจะซื้อมาใช้แบบซ่อมในศูนย์บริการเท่านั้น ก็ต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่ากระเป๋าเบาแน่ๆ
มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติมา ราคามือสองไม่แพง รูปลักษณ์ทันสมัย ภายในกว้างขวาง เครื่องยนต์แรง ช่วงล่างและเบรกไว้ใจได้ แต่ต้องมีลู่ทางซ่อม
วรพล สิงห์เขียวพงษ์
|