นิสสัน เซฟิโร 3.0
แรงเหลือเฟือ หรูเพียงพอ
แต่ซดน้ำมันหน่อย
นิสสัน เซฟิโร โฉมนี้ที่จำหน่ายในเมืองไทย เป็นเซฟิโรรุ่นที่ 2 รหัสตัวถัง A32 เปิดตัวช่วงกลางปี 1996 ช้ากว่าญี่ปุ่นอยู่ปีเศษ พลิกโฉมจากรุ่นแรก รหัสตัวถัง A31 ที่เป็นทรงเพรียวสปอร์ต เปลี่ยนมาเน้นความหรูหรา ด้วยทรงที่อ้วนป่อง นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนขุมพลังจากเดิมบล็อก RB 6 สูบเรียง วางตามยาว ขับเคลื่อนล้อหลัง มาเป็นบล็อก VQ วี6 วางขวาง ขับเคลื่อนล้อหน้า แบ่งเป็น 2 ระดับความแรง คือ 2,000 และ 3,000 ซีซี
เมื่อนึกถึงเซฟิโรในช่วงนี้จึงไม่สับสนกับรุ่นเดิม แค่บอกว่าขับหน้าหรือขับหลัง ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นตัวถังไหน แต่พอรุ่นใหม่ รหัสตัวถัง A33 ซึ่งจะออกในปี 2001 นี้ ก็คงต้องหาชื่อเรียกกันอีก
มิติตัวถังยาว 4,770 มิลลิเมตร กว้าง 1,770 มิลลิเมตร สูง 1,415 มิลลิเมตร ความยาวช่วงล้อ 2,700 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถยนต์ประมาณ 1,400 กิโลกรัม
รูปลักษณ์ภายนอกของทั้ง 2 รุ่นเครื่องยนต์ เหมือนกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นบางส่วนย่อยๆ เท่านั้น ขยายมิติทุกส่วนจากรุ่นขับหลัง เปลี่ยนจากทรงเพรียวมาเป็นทรงอ้วนป่อง เน้นความภูมิฐานเมื่อมองรูปลักษณ์ภายนอก และเพิ่มความกว้างขวางของห้องโดยสาร
ฝากระโปรงหน้าโค้งลงเป็นกระจังหน้าในตัว รับกับไฟหน้าทรงเฉียงขนาดใหญ่ เข้าชุดกับไฟเลี้ยวแบบเปลือกขาว มุมกันชนหน้าติดตั้งไฟส่องขณะเลี้ยว (CONNERING LAMP) รุ่น 3,000 ซีซี มีสปอตไลต์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และกระจังหน้าเป็นโครเมียม (รุ่น 2,000 ซีซี ไม่มีสปอตไลต์และกระจังพ่นสีเดียวกับตัวถัง)
ริมบังโคลนหน้า ใกล้บานพับประตู ติดตั้งไฟเลี้ยวเปลือกสีเหลือง หรูด้วยคิ้วโครเมียมล้อมกรอบกระจก และชุดที่เปิดประตูชุบโครเมียม คิ้วกันกระแทกตลอดแนวพ่นสีเดียวกับตัวถัง สะดุดตาด้วยล้อแม็กลายแปลกขนาด 6.5 x 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/65 R15
ด้านหลังโค้งมนกลมกลืน ชุดไฟท้ายพร้อมแผงทับทิมคาดยาวตลอดแนว ฝากระโปรงหลังเปิดได้จรดแนวกันชน เพิ่มความสะดวกในการขนย้ายสัมภาระ กันชนหลังเว้นช่องสำหรับติดแผ่นป้ายทะเบียน
เครื่องยนต์วางขวาง บล็อก VQ แบบเบนซิน วี6 ทวินแคม 24 วาล์ว แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ VQ20DE ความกว้างกระบอกสูบ 76 มิลลิมตร ช่วงชัก 73.3 มิลลิเมตร ความจุ 1,995 ซีซี อัตราส่วนการอัด 9.5 : 1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.1 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบ/นาที
รุ่นสูงสุดเป็นบล็อก VQ30DE ความกว้างกระบอกสูบ 93 มิลลิเมตร ช่วงชัก 73.3 มิลลิเมตร ความจุ 2,998 ซีซี อัตราส่วนการอัด 10 : 1 กำลังสูงสุด 193 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่น ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบคานแข็ง มัลติลิงก์บีม พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกแบบดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน พร้อมเอบีเอสแบบ 4 เซ็นเซอร์ 4 แชนแนล
หลังทำตลาดได้ประมาณ 2 ปี หรือในปี 1998 ก็มีการปรับโฉม-ไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก โดยเปลี่ยนไฟหน้า-ไฟท้ายเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมเปลี่ยนไฟเลี้ยวหลังเป็นสีขาว เปลี่ยนกระจังหน้าเป็นแบบซี่ละเอียดแนวตั้ง กันชนหน้าใหม่ ย้ายตำแหน่งไฟส่องขณะเลี้ยวไปไว้ปลายกันชนหน้า ล้อแม็กเป็นลายใหม่ซี่ละเอียดขนาด 15 นิ้ว ภายในเพิ่มถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับ และเพิ่มไฟบอกตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติ เป็นแถบแนวตั้งแทรกระหว่างมาตรวัดรอบกับมาตรวัดความเร็ว
หลังจากนั้นก็ปรับโฉมอีกครั้งช่วงกลางปี 1999 ด้านหน้าเพิ่มสัญลักษณ์ใบชูโร ติดตั้งปลายฝากระโปรงหน้า ภายในรุ่น 3,000 ซีซี เพิ่มพวงมาลัยหุ้มหนังแท้ และกุญแจรีโมตคอนโทรล เพิ่มถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับ และเพิ่มชุดเครื่องเสียงวิทยุ/เทป พร้อมซีดีเชนเจอร์
ช่วงปลายปี 1999 ก็มีการปรับโฉมอีกครั้ง ภายนอกเปลี่ยนกระจังหน้าชุบโครเมียมขนาดใหญ่ขึ้น ด้านหลังเปลี่ยนไฟท้ายเป็นแบบ 2 ชั้น ย้ายป้ายทะเบียนขึ้นมาติดตั้งระหว่างไฟท้าย เปลี่ยนโลโกจาก 20G และ 30GV เป็น VQ20 และ VQ30 ตามลำดับ เปลี่ยนกันชนหลังใหม่เป็นแบบเต็มพร้อมไฟส่องป้ายทะเบียน เปลี่ยนปลายท่อไอเสียเป็นทรงเหลี่ยมคู่ชุบโครเมียม ภายในเพิ่มเครื่องเล่นวิทยุเทป-ซีดี ชุดลายไม้ 7 ชิ้น และไฟอ่านหนังสือสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
โดยรวมแล้วมีการไมเนอร์เชนจ์อีกหลายครั้งมาก แม้แต่คนในบริษัทฯ ยังจำไม่ได้ก็ยังมี โดยรายละเอียดที่บอกไว้ด้านบน เป็นการปรับโฉมในครั้งหลักๆ เท่านั้น
|
ความน่าสนใจของเซฟิโร 3.0 อยู่ที่ความแรงที่ดุดันกว่ารถยนต์รุ่นยอดนิยมในระดับและราคาใกล้เคียงกันอย่างแอคคอร์ด 2.2 หรือคัมรี 2.2 แต่เซฟิโรแพงกว่าไม่มาก และถ้าเป็นรุ่น 2.0 ของเซฟิโร ก็จะไม่แพงกว่ารถยนต์คู่แข่งอีก 2 รุ่นข้างต้น ในรุ่นปีและสภาพพอๆ กัน
กำลัง 193 แรงม้า จากเครื่องยนต์ วี6 3,000 ซีซี ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ กับน้ำหนักประมาณ 1,400 กิโลกรัม จึงให้ทั้งความสะดวกสบาย อัตราเร่ง และความเร็วที่เหลือเฟือ ไม่อืดอาดแน่ๆ แต่ก็กินน้ำมันฯ ดุเดือดสมกับแรงม้า |
 |
การทรงตัวในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลางไว้ใจได้ มีความนุ่มนวลดี แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงสักหน่อย ช่วงล่างหลังแบบคานแข็งที่เรียกว่า มัลติลิงก์บีม ก็ยังออกอาการยวบยาบหรือเหวี่ยงบ้าง แต่ก็แลกมาด้วยความทนทาน ที่มีมากกว่าช่วงล่างแบบอิสระ และมีจุดซ่อมน้อยกว่า
ภายในห้องโดยสารให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาแบบครบๆ พร้อมความหรูจากการตกแต่งด้วยลายไม้และเบาะหนังแท้ กว้างขวางสำหรับผู้โดยสาร 5 คนแบบหลวมๆ |
หากสนใจเซฟิโร 3,000 ซีซี ควรตรวจสอบสภาพตัวถัง, ช่วงล่าง, เครื่องยนต์ และเกียร์ เป็นพิเศษ เพราะคนที่ยอมเสียเงินซื้อรุ่น 3,000 ซีซี ซึ่งแพงกว่ารุ่น 2,000 ซีซี และมีความแรงมากกว่ากันถึง 53 แรงม้า คงไม่ซื้อมาเพื่อขับช้าๆ แน่
อะไหล่มีหลายทางเลือก อะไหล่แท้-ใหม่จากศูนย์บริการ มีครบ แต่บางชิ้นแพงสักหน่อย อะไหล่เทียบจากวรจักรหรือร้านอะไหล่ทั่วไป มีหลายระดับราคาและคุณภาพ หรืออะไหล่มือสองจากเชียงกง แม้จะไม่แพร่หลายเหมือนรุ่นยอดนิยม แต่ก็ไม่ถึงกับต้องควานหา
จุดเด่นอยู่ที่ราคาไม่แพง ตัวถังทรงหรู ห้องโดยสารกว้างขวาง แรงเหลือเฟือ แต่ช่วงล่างยวบยาบไปนิด อะไหล่บางชิ้นแพง และกินน้ำมันฯ
นิสสัน เซฟิโร 3.0 แรงเหลือเฟือ หรูเพียงพอ กว้างขวาง นั่งก็สบาย ขับก็สนุก แต่กินน้ำมันฯ มากหน่อย ราคามือสองไม่แพง แต่หายาก เพราะส่วนใหญ่มีแต่รุ่น 2.0 ดังนั้นถ้าชอบตัวถังนี้ แต่เท้าไม่หนักนัก ส่วนใหญ่จะลงเอยกับรุ่น 2.0 กันมากกว่า เพราะหาในสภาพดีๆ ได้ง่ายกว่า
วรพล สิงห์เขียวพงษ์
|